ก่อนจะเริ่มทำการลงทุน จำเป็นต้องรู้ 6 เรื่องนี้

By | เมษายน 29, 2021

ก่อนจะเริ่มทำการลงทุน จำเป็นต้องรู้ 6 เรื่องนี้ การลงทุน ถือว่าเป็นการเพิ่มกำไรให้เงิน อีกหนทางหนึ่ง เพียงแค่ใช้เงินของเราทำเงินเท่านั้น นั่นอาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมถึงมีคนเข้ามาลงทุนมากมาย แต่การจะเริ่มลงทุนได้นั้น จำเป็นต้องมีการศึกษามาเป็นอย่างดีเสียก่อน วันนี้เราเลยมาบอก 6 เรื่องที่คุณควรจะรู้ ถ้าหากคิดจะเริ่มทำการลงทุน

ก่อนจะเริ่มทำการลงทุน จำเป็นต้องรู้ 6 เรื่องนี้

1. เริ่มที่การเอาใจใส่ตัวเอง

ก่อนที่จะเริ่มไปลงทุนในหุ้นต่าง ๆ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการลงทุนให้ตัวของเราเอง เช่นคำของ วอร์เรน บัฟเฟต Warren Buffett นักลงทุนอันดับ 1 ของโลก ที่ได้กล่าวเอาไว้ว่า “จงลงทุนในตัวคุณเอง” หมายถึง การลงทุนให้แก่สภาพจิตใจและร่างกายให้มีความแข็งแรง และคอยพัฒนาร่างกายและจิตใจอย่างดี กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย นอนหลับให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเสี่ยงในชีวิต ส่วนจิตใจก็พัฒนาได้ง่าย ๆ ด้วยการพัฒนาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง อยู่ท่ามกลางคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข การลงทุนในตัวเอง ทั้งความรู้และสุขภาพ จะไม่มีใครมาแย่งมันไปจากคุณได้ การลงทุนแบบนี้ยิ่งลงทุน ยิ่งเติบโต ยิ่งดีขึ้น เป็นการลงทุนที่ดีกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ใด ๆ ทั้งปวง อย่าลืมว่าตัวคุณเองคือสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด

ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มลงสนามจริง จงลงทุนในความรู้ก่อน โดยไม่จำเป็นจะต้องไปเสียเงินซื้อคอร์สเรียนแพงๆ แค่หาเรียนฟรีตามโซเชียลมีเดีย หาอ่านจากหนังสือดีๆ ก็เพียงพอแล้วสำหรับการลงทุนในเบื้องต้น

ก่อนจะเริ่มทำการลงทุน จำเป็นต้องรู้ 6 เรื่องนี้

2. ประเมินความสามารถของตัวเอง

เมื่อคิดที่เริ่มลงทุนแล้ว สิ่งที่จำเป็น และจะขาดไม่ได้เลย นั่นก็คือ การสร้างเป้าหมายในการลงทุน เพราะว่าการลงทุนนั้นก็มีรูปแบบมากมาย เช่น การลงทุนเพื่อเกษียญ ลงทุนเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในการใช้ชีวิตประจำวัน หรือว่าเป็นการลงทุนในระยะมาก ๆที่สามารถนำเงินมาเป็นมรดกให้แก่ลูกหลาน ให้คุณต้องเป้าว่าตัวคุณต้องผลลัพธ์จากการลงทุนแบบใด เพราะว่าเมื่อทราบปลายทางแล้ว กรรมวิธีในการดำเนินการนั้นจะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น

นอกจากการตั้งเป้าหมายแล้ว การประเมินความสามารถในทางการเงิน ก่อนทำการลงทุนก็เป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะว่าต้นทุนของเรานั้น จะเป็นตัวที่บอกว่า เราจะสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ขนาดไหน เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่พอร์ตของเรา

3. เงินสำรอง

ข้อนี้จะไม่เกี่ยวกับการลงทุนโดยตรง แต่แนะนำว่าอยากให้มีกันทุกคน นั่นก็คือ “เงินออม” หรือ “เงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน” โดยอย่างน้อยต้องมีเงินออมไว้ประมาณ 3-6 เท่าของรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือน หรือระดับที่คุณรู้สึกว่าปลอดภัยและอุ่นใจ ซึ่งควรเก็บไว้ที่ที่สามารถนำเงินออกมาใช้ได้รวดเร็วและความเสี่ยงต่ำ เช่น เงินฝากออมทรัพย์ กองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น

ก่อนจะเริ่มทำการลงทุน จำเป็นต้องรู้ 6 เรื่องนี้

4. ไม่ใช้เงินร้อนเด็ดขาด

การลงทุนในหุ้นนั้นมี “ความเสี่ยง” เงินที่จะนำมาลงทุนควรเป็น “เงินเย็น” พูดง่าย ๆ ก็คือ เงินที่คุณไม่ได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นเงินก้อนที่ไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณ หรือสามารถเสียไปโดยที่ไม่เดือดร้อน หากคุณนำเงินที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตไปลงทุน นั่นเท่ากับว่าคุณเอาเงินก้อนนั้นไปเสี่ยง ซึ่งอาจเกิดความเสียหายร้ายแรง และอาจทำให้คุณเดือดร้อนภายหลังได้

นอกจากนี้ แนะนำว่าอย่าเพิ่งใช้เงินกู้ หรือ Leverage ในการเล่นหุ้น เพราะต้องมีภาระทั้งดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามมา โดยเฉพาะเมื่อคุณขาดทุนหนัก ๆ จะทำให้เราเป็นหนี้ตามมาอีกด้วย

5. ทำความรู้จักหุ้น

ก่อนอื่นต้องเข้าใจความแตกต่าง ระหว่างคำว่า “เล่นหุ้น” กับ “การลงทุนในหุ้น” ซะก่อน โดยคำว่า “เล่นหุ้น” นั้น มักจะหมายถึงการเล่นเก็งกำไรในระยะสั้น ๆ จากส่วนต่างราคาหุ้น ส่วน “การลงทุนในหุ้น” จะเน้นไปที่การลงทุนระยะยาว มองที่พื้นฐานของหุ้นเป็นหลัก โดยคาดหวังผลตอบแทน จากการเติบโตของบริษัท รวมถึงเงินปันผลเป็นหลัก สำหรับมือใหม่ ขอแนะนำให้เริ่มต้นลงทุนระยะยาวเป็นลำดับแรก อย่าเพิ่งไปเล่น “เก็งกำไร” เพราะโดยสถิติแล้วส่วนใหญ่มักจะจบไม่สวยนัก

การลงทุนในหุ้นตัวไหน คุณจำเป็นต้องทราบก่อนว่า หุ้นตัวนั้นประกอบธุรกิจอะไร ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และเทรนในอนาคตเป็นอย่างไร ข้อมูล บทวิเคราะห์ ข่าว ผู้บริหาร วิสัยทัศน์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ยิ่งรู้และเข้าใจในหุ้นหรือบริษัทที่คุณจะลงทุนเยอะก็ยิ่งดี ที่สำคัญคือ ต้องรู้จักวิเคราะห์ และประเมินมูลค่าที่แท้จริง เพื่อที่จะได้วางแผนการลงทุนได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสม

6. คุมทุนให้อยู่หมัด

วิธีการลงทุนที่ดีที่สุด คือ “อย่าขาดทุน” ในช่วงแรก ๆ อย่าเพิ่งโฟกัสที่กำไรเป็นหลัก เนื่องจากความหวังที่อยากจะได้กำไรสูง ๆ จะทำให้เกิดความโลภ จนบางครั้งทำให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่คุณต้องถามตัวเองเสมอคือ “เราจะลดความเสี่ยงในการขาดทุนได้อย่างไร?”

ชอบซื้อเสื้อผ้ามือสอง ต้องระวังเหล่านี้โรคให้ดี การใช้ของมือสองนั้นเป็นการลดการใช้จ่ายที่ดี เพราะเราจะหาของที่สามารถหาได้ยาก ในราคาที่ย่อมเยาว์ แต่การใช้เสื้อผ้ามือสองก็ต้องเจอกับความเสี่ยง เพราะเราไม่รู้ว่านั้น เป็นของใครมาก่อน และสะอาดแค่ไหน